บันทึกอนุทิน ครั้งที่ 6 วันศุกร์ ที่ 14 เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2563
เวลาเรียน 08:30 - 11:30 น.
อาจารย์กฤตธ์ฤณน์ ตุ๊หมาด
นำเสนอบทความ
อ.บาสให้นำเสนอบทความของแต่ละคน โดยนำเสนอจากคนที่ส่งคนสุดท้ายไปหาคนแรก
อ.บาสให้สรุปบทความของเพื่อนอย่างน้อย 5 คน
- ดาว
(สรุป) ปฏิเสธไม่ได้ว่าการที่ลูกของเรามีพฤติกรรมที่ผิดปกติมักจะทำให้เรากังวล และเครียดได้ ซึ่งการดูแลสภาพจิตใจถือเป็นสิ่งสำคัญในเด็กประเภทนี้ และหากใครที่เป็นกังวล เครียดไม่รู้ว่าจะดูแลสภาพจิตใจเด็กพฤติกรรมที่ผิดปกติอย่างไรดี บทความนี้ได้รวบรวมข้อมูลมาไว้ให้แล้ว รับรองว่าความกังวล ความเครียดทั้งหมดจะมลายหายไปเหลือไว้แต่ความรู้ในการดูแลสภาพจิตใจเด็กพฤติกรรมผิดปกติที่ถูกวิธี
- ดวง
(สรุป) 3 เรื่องเล่น การเล่น ของเล่นที่ดีต่อพัฒนาการลูกวัย 4-5 ปี
ลูกวัย 4 -5 ปี มีพัฒนาการที่ดีรอบด้าน และเต็มไปด้วยพลังสำรวจ เรียนรู้สิ่งต่างๆ ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เหมาะอย่างยิ่งที่คุณแม่จะใช้โอกาสนี้ส่งเสริมให้ลูกได้เรียนรู้สิ่งรอบตัวอย่างเต็มที่ผ่านการเล่นที่ได้ใช้ทั้งร่างกายกาย และประสาทสัมผัสทุกด้านไปพร้อมๆ กันค่ะ
1. เล่นกีฬา สร้างกล้ามเนื้อแข็งแรง การเล่นที่ใช้กำลังขา กำลังแขน เช่น เตะฟุตบอล บาสเก็ตบอล วิ่งเล่นกลางแจ้ง ขี่จักรยาน เล่นเครื่องเล่นปีนไต่ เมื่อลูกได้ออกกำลังกาย กล้ามเนื้อใหญ่แล้วสิ่งที่ควรทำควบคู่ไปด้วยคือการพัฒนากล้ามเนื้อมือและนิ้วมือของลูกให้แข็งแรง หรือจัดกิจกรรมให้ลูกได้วาดภาพในกระดาษ สมุดที่เตรียมไว้ให้เพื่อให้เด็กขีดเขียนในที่ที่ควรเขียน หรือการเล่นน้ำ เล่นทรายตามธรรมชาติ
แนะนำของเล่นฝึกกล้ามเนื้อ : เล่นของเล่นที่ได้โยนหรือส่งต่อเบาๆ เพื่อการเคลื่อนไหวร่างกายทั้งแขนและขา เช่น ลูกบอลยาง ห่วงยาง หรือกระดาษและสีสำหรับระบายสี รวมถึงการพาลูกออกไปเล่นนอกบ้าน เช่น ว่ายน้ำ เล่นทราย ขุดดิน เพื่อพัฒนากล้ามเนื้อให้แข็งแรง และต่อยอดทักษะอื่นๆ ควบคู่กัน
2. เล่นดนตรี สร้างสมาธิ กิจกรรมที่ช่วยเรื่องสมาธิ ได้แก่ กิจกรรมทางด้านดนตรี เช่น ฟังดนตรี เล่นเครื่องดนตรี รวมถึงการอ่าน ซึ่งถือเป็นการเล่นที่ได้ทักษะหลายด้าน ทั้งได้พัฒนาทักษะการฟัง การอ่าน การเชื่อมโยงของเรื่องราว โดยเฉพาะการฟังหรือการเล่นดนตรี นอกจากได้พัฒนากล้ามเนื้อแล้ว ยังมีผลต่อการพัฒนาทักษะสมองอีกด้วย
แนะนำของเล่นฝึกสมาธิ : หนังสือนิทานที่มีเรื่องราวเชื่อมโยงกับชีวิตประจำวัน หรือเป็นนิทานสองภาษาเพื่อการเรียนรู้คำศัพท์ต่างๆ ส่วนการเล่นดนตรี หากไม่มีเครื่องดนตรีคุณแม่สามารถชวนลูกฟังเพลง ร้องเต้นไปด้วยกันได้ค่ะ ชวนเขาคุยถึงเนื้อเพลง ทำบ่อยๆ จะช่วยให้เขาจดจ่อกับเพลงที่ฟังมากขึ้น เป็นการฝึกสมาธิไปในตัว
3. เล่นบทบาทสมมติ ริเริ่มสร้างสรรค์ วัยนี้ชอบเล่นอิสระและการเล่นที่ได้ใช้จินตนาการ สนุกกับการเล่นที่ท้าทาย และสามารถทำกิจกรรมกรรมที่ซับซ้อนได้มากขึ้น ลูกวัยนี้จึงชอบเล่นบทบาทสมมติ เช่น เล่นเกี่ยวกับคนในครอบครัว จำลองสถานการณ์บางอย่างที่คุ้นเคย หรือเล่นเลียนแบบอาชีพ เพราะได้ใช้จินตนาการ ได้คิดริเริ่มสร้างสรรค์ด้วยตัวเอง ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาทักษะอื่นๆ ในอนาคต
- เวีย
(สรุป) พฤติกรรมเด็ก 4-6 ขวบหนูทำแบบนี้แม่ควรรับมือแบบไหน สนับสนุนให้ลูกเล่นกับเด็กคนอื่นๆเป็นกลุ่มหรือเป็นทีม จะช่วยให้ลูกพัฒนาทักษะที่สำคัญอย่างเช่น การผลัดกันเล่นการเข้ากับผู้อื่นการทำงานร่วมกันการเจรจาการประนีประนอมการรู้จักแพ้ชนะ
- แอน
(สรุป)เมื่อลูกเริ่มโตขึ้นการท้าทายการอยากรู้อยากเห็นจึงเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วยหลายๆครั้งที่เรามักจะพูดจาดุดันใส่ลูกหูลูกแต่เหมือนกับลูกไม่ยอมฟังเริ่มท้าทายและเริ่มก้าวร้าวมากขึ้นและนี่คือคำแนะนำที่จะช่วยปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเหล่านี้ของลูก
- ฟิล์ม
(สรุป)การเล่นสำคัญอย่างไรกับเด็กปฐมวัย
มีหลายคนสงสัยว่า “ทำไมเด็กชอบเล่น วันๆ หนึ่งเอาแต่เล่น เล่นโน่นเล่นนี่ ไม่รู้จักเบื่อ เล่นได้ทุกเวลาทุกสถานที่ทั้งที่บ้านและที่โรงเรียน เล่นแล้วได้อะไร แล้วควรจะทำยังไงดีกับการชอบเล่นของเด็ก” นี่คือคำถาม หรือคำบ่นของผู้ใหญ่โดยเฉพาะพ่อ แม่ ผู้ปกครองหรือแม้กระทั่งครูบางคน
ในสังคมและในวัฒนธรรมที่มีความหลากกหลายของโลกใบนี้ มนุษย์เราสามารถเรียนรู้ได้ และพัฒนาได้ด้วยวิธีการที่หลากหลาย โดยคนส่วนมาก หรือวัฒนธรรมหนึ่งที่คนเรานึกถึงในการพัฒนาก็คือ วิชาการ ซึ่งมุ่งเน้นในการสร้างความรู้ ความเข้าใจ จากสิ่งที่เกิดขึ้นภายนอก ซึ่งหากใครต้องการเป็นคนเก่ง หรือผู้ใหญ่ต้องการพัฒนาเด็กหรือต้องการให้เด็กเกิดการเรียนรู้ ต้องส่งเสริมทางวิชาการมากๆ ต้องเรียน ต้องอ่าน ต้องเขียนหรือต้องท่องจำมากๆ
แต่ “การเล่น” กลับเป็นสิ่งที่หลายๆ คนมองว่าเป็นเรื่องไร้สาระ เรื่องไม่สำคัญ หรือเรื่องที่ไม่ควรสนใจ แต่หารู้ไม่ว่าเรื่องไร้สาระกลับเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดในการสร้างการเรียนรู้และการพัฒนาด้านต่างๆให้แก่เด็ก ไม่ว่าจะเป็นการเล่นรูปแบบใด เพราะเด็กจะมีกระบวนการเรียนรู้ผ่านกระบวนการเล่น และเป็นสิ่งสะท้อนวัฒนธรรม สังคมของเด็กแต่ละคน แต่ละชาติพันธ์ ซึ่งถ้ามองอย่างจริงจังแล้วไม่ใช่มีเพียงเด็กปฐมวัยเท่านั้นที่ชอบเล่นหรือเรียนรู้จากการเล่น แม้กระทั่งเด็กที่มีระดับสูงขึ้นไปกว่าเด็กปฐมวัยหรือผู้ใหญ่ก็ยังเรียนรู้ผ่านการเล่นในรูปแบบต่างๆเช่นกัน
ดังนั้นผู้ที่เกี่ยวข้องกับเด็กปฐมวัยจึงควรหันมาให้ความสนใจกับการเล่นของเด็กให้มากขึ้น ควรมีความรู้ ความเข้าใจในการเล่น รูปแบบการเล่น หรือประโยชน์จากการเล่น เพื่อจะได้เข้าใจเด็ก และสามารถพัฒนาและส่งเสริมการเรียนรู้ของเด็กได้จากการเล่นได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งมีนักจิตวิทยาหลายคนได้ให้ความสำคัญกับการเล่นไว้ และที่น่าสนใจ คือ ไวก็อตสกี้ (Vygotsky) ซึ่งมีนักวิชาการหลายท่านทั้งในประเทศและต่างประเทศได้กล่าวถึงทฤษฎีของเขาอย่างหลากหลายและกว้างขวาง ซึ่งผู้เขียนจึงอย่างนำเสนอมุมมองของ ไวก็อตกี้ (Vygotsky) ที่เขาได้ศึกษาและให้ความสำคัญกับการเล่น โดยเฉพาะในช่วงแรกของชีวิตหรือในช่วงวัยเด็กปฐมวัย เขาไม่เพียงแต่มองที่การเล่นภายนอกของเด็กเท่านั้น เขายังมองถึงเบื้องหลังและเจาะลึกถึงประวัติที่ซ่อนอยู่ภายใต้การเล่นของเด็ก หรือสิ่งที่เกิดขึ้นจากภายในตัวของเด็กจากการเล่นของเด็กปฐมวัยอีกด้วย ซึ่ง ไวก็อตกี้ (Vygotsky) ได้ศึกษาเกี่ยวกับการเล่นที่ส่งผลต่อการพัฒนาเด็กไว้หลายมุมมอง






ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น